ถอดบทเรียนจากจีน ค้าปลีกต้องเรียนรู้และรับมืออย่างไรในสถานการณ์โควิด-19

20 April 2020 — Marketeer Online

ธุรกิจค้าปลีก เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องปรับตัว และเรียนรู้ไปพร้อมกันในสถานการณ์ที่ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาด ทั้งต้องมีสินค้าอย่างพอเพียงเพื่อกระจายสินค้าไปให้ทั่วถึงผู้บริโภค อีกทั้งยังต้องใส่ใจดูแลพนักงานในทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

แล้วธุรกิจค้าปลีกต้องเรียนรู้ และรับมืออย่างไร

ดันน์ฮัมบี้ถอดบทเรียนจากธุรกิจค้าปลีกในจีนมาให้ดูอย่างน่าสนใจ

ในช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่มียอดขายสูงสุดอย่างเช่นเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทายที่หนักอึ้งของผู้ค้าปลีกอยู่แล้วได้ รัฐบาลจีนได้ใช้แนวทางปฏิบัติหลายอย่างในเดือนมกราคมและต้นเดือนกุมภาพันธ์เพื่อควบคุมไวรัสโคโรนา ได้แก่ การขยายวันหยุดราชการ การปิดโรงเรียนและสถานบันเทิงชั่วคราว การจำกัดการคมนาคม

และการลดการติดต่อกับผู้คนด้วยมาตรการจัดการชุมชนที่เข้มงวด พฤติกรรมของลูกค้าเองก็เปลี่ยนแปลงไป โดยมีการใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น และเมื่อพิจารณาช่วงก่อนและหลังการแยกตัวอยู่ต่างหากของผู้คนแล้ว เราได้เห็นถึงหลายสิ่งหลายอย่าง ดังนี้

  • การใช้จ่ายของลูกค้าเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มลูกค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตกลายเป็นสถานที่ให้บริการสำหรับ “นำกลับบ้าน” เนื่องจากร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านอาหารจานด่วนต้องปิดให้บริการ นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อในตลาดสดแบบดั้งเดิมไปเป็นการซื้อจากช่องทางจัดจำหน่ายแบบโมเดิร์นเทรดที่ทันสมัยและถูกสุขอนามัยมากขึ้น
  • ลูกค้ามีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยในการเข้าร้านแต่ละครั้ง ในขณะที่ความถี่ในการเข้าร้านโดยรวมลดลงไปมากอย่างเห็นได้ชัด
  • ลูกค้าใหม่หรือลูกค้าขาจรจำนวนมากมีการประเมินร้านค้าในพื้นที่ของตนใหม่ โดยซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กมียอดขายและการเข้าร้านสูงขึ้นมากที่สุด อันเป็นผลจากการที่ลูกค้าหันมาจับจ่ายซื้อของในร้านค้าใกล้บ้าน
  • ร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะอาหารสด โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นสิบเท่าของยอดขายเฉลี่ยก่อนการระบาดของเชื้อไวรัส ตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่ได้รับแรงผลักดันจากความต้องการของผู้บริโภค แต่ยังเป็นผลจากการกระจายตัวในวงกว้างยิ่งขึ้นของร้านค้าที่เสนอบริการส่งถึงบ้าน
  • รูปแบบการบริโภคในหลายๆ กลุ่มสินค้าหลักมีการเปลี่ยนแปลง

กลุ่มสินค้าหลักต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับมื้ออาหารในแต่ละวันและอาหารสำเร็จรูป กลายเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และมีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากผู้บริโภคเลือกที่จะประกอบอาหารที่บ้านมากขึ้นและตุนอาหารสำรองไว้

กลุ่มสินค้าเพื่อการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลและกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครัวเรือน มีการเติบโตอย่างมีนัย เนื่องจากลูกค้าเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพมากยิ่งขึ้น

ความต้องการไวน์ขาว ถั่ว และสินค้าของฝากจากจีนลดลงเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นสินค้ายอดนิยมในช่วงตรุษจีน เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ยกเลิกการนัดรวมตัวของครอบครัวญาติพี่น้อง

 

นอกจากนี้ สัญญาณบ่งชี้เริ่มแรกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคขนานใหญ่ที่กำลังจะมาถึงคือ

ประการแรก ลูกค้าได้เตรียมตัวสำหรับการปิดเมืองชั่วคราว โดยการกักตุนสินค้าจำเป็นพื้นฐานและสินค้าสำหรับทารกและสัตว์เลี้ยง การแตกตื่นกักตุนสินค้ามีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการเร่งรีบซื้อสินค้าสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน

การกักตุนสินค้าที่มี “อายุการเก็บรักษายาวนาน” ในระยะสั้นนี้ จะก่อให้เกิดแนวโน้มการชะลอตัวของยอดขายในอนาคตจากสินค้าเพื่อการบริโภค อย่างเช่น ยา สินค้าในครัวเรือน และอาหารกระป๋อง

ประการที่สอง เนื่องจาก “การเว้นระยะห่างทางสังคม” รวมถึงข้อจำกัดในการไม่ออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น ทำให้ลูกค้ามีการเดินทางน้อยลงเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อ และหันมาจับจ่ายซื้อของใกล้บ้านแทน จึงเป็นผลให้ผู้บริโภคเองยกระดับการซื้อไปเป็นการซื้อสินค้าที่มีแพ็กไซส์ที่ใหญ่กว่าเดิม

และเปลี่ยนจุดมุ่งหมายในการซื้อของเข้าบ้านเป็นการซื้อให้ครบในครั้งเดียวแทน ซึ่งเป็นพฤติกรรมการซื้อที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนักในร้านค้าใกล้บ้านขนาดเล็ก โดยยอดขายต่อการเข้าร้านหนึ่งครั้งเพิ่มขึ้นถึง 20% ในร้านค้าประเภทนี้

ประการที่สาม ลูกค้าหันมาซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น ผู้ขายสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่รายงานว่ามียอดขายผ่านระบบอีคอมเมิร์ซที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ผู้ค้าปลีกบางรายต้องหันมาแข่งขันกันชูเว็บไซต์ของตัวเอง รักษาสินค้าคงคลังให้เพียงพอกับคำสั่งซื้อ และตอบสนองความต้องการในการจัดส่งและการมารับสินค้าที่ร้าน

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เราพบว่าอาหารสดนั้นไม่จำเป็นต้องอาศัยการซื้อปลีกจากหน้าร้านอีกต่อไป ซึ่งอาจทำให้เกิดจุดก้าวข้ามอุปสรรคในการขยายระบบอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าทางออนไลน์ของผู้บริโภคมีการพัฒนามากขึ้น

จากข้อได้เปรียบในเรื่องของความสะดวกสบายและการบริการที่รวดเร็ว เราจึงคาดหวังว่ามูลค่าใช้จ่ายต่อการซื้อออนไลน์หนึ่งครั้ง และร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคแบบครบวงจร จะช่วยผลักดันการขยายช่องทางนี้ได้ต่อไป แม้หลังจากการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสจะทุเลาลงแล้วก็ตาม

ประการที่สี่ ลูกค้ายังรับแนวคิดการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีด้วยการใส่ใจในเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล และการทำความสะอาดที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้จะมีความแตกต่างทางภูมิภาค แต่การป้องกันโดยการปรับปรุงแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยนั้นมีให้เห็นทั่วโลก

Source: https://marketeeronline.co/archives/159787